ขอบเขตบริการ
แนะนำทีม
จองปรึกษากฎหมาย

2026-06-15

จาง จีอุน ทนายความสำนักงานกฎหมายแดรยุน
เมื่อร่างแก้ไขกฎหมายธุรกรรมเงินตราต่างประเทศบางส่วนผ่านการประชุมใหญ่ของรัฐสภาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การเคลื่อนย้ายเงินทุนข้ามพรมแดนโดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัลก็เข้าสู่ระบบการบริหารจัดการและกำกับดูแลโดยตรงของหน่วยงานเงินตราต่างประเทศเช่นกัน หัวใจของการแก้ไขครั้งนี้อยู่ที่การกำหนดให้ 'ธุรกิจโอนสินทรัพย์ดิจิทัล' เป็นเป้าหมายการจดทะเบียนแยกต่างหากตามกฎหมายธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ และกำหนดหน้าที่รายงานผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์สำหรับธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาการโอนเงินไปต่างประเทศหรือการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างตลาดแลกเปลี่ยน·กระเป๋าเงินในต่างประเทศที่ดำเนินการแยกจากระบบกำกับดูแลเงินตราต่างประเทศเดิม ก็ถูกจัดการอยู่ในขอบเขตการบริหารระบบทางการโดยพฤตินัยแล้ว
ปัญหาคือธุรกิจและผู้ประกอบการจำนวนมากรับมืออย่างประมาทภายใต้ความเข้าใจว่า "แจ้งตามกฎหมายข้อมูลการเงินเฉพาะ (กฎหมายข้อมูลการเงินเฉพาะกิจ) แล้วจึงไม่มีปัญหา" หรือ "เป็นเพียงการเคลื่อนย้ายกระเป๋าเงินธรรมดา" ร่างแก้ไขครั้งนี้ครอบคลุมไม่เพียงการกระทำซื้อขาย·แลกเปลี่ยนอย่างง่าย แต่รวมถึงกรณีที่เกิดผลเช่นเดียวกันโดยพฤตินัยเข้าในขอบเขตการกำกับดูแลด้วย การทำธุรกรรมอ้อมโดยใช้ตลาดแลกเปลี่ยนต่างประเทศ การชำระบัญชีต่างประเทศบนพื้นฐานสเตเบิลคอยน์ การโอนแบบ OTC (ธุรกรรมนอกตลาด) เป็นต้น ล้วนเป็นเป้าหมายการกำกับดูแลที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น ตามมาตรา 27 ทวิ วรรค 1 ข้อ 1 แห่งกฎหมายธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ หากดำเนินธุรกิจโดยไม่จดทะเบียนโดยไม่รับรู้ อาจถูกลงโทษ 'จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300 ล้านวอน' และสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นรายได้จากการกระทำผิดอาจถูกริบหรือเรียกคืน จึงเป็นความเสี่ยงร้ายแรงที่อุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวอาจสั่นคลอนรากฐานของธุรกิจได้
ดังนั้นบุคคล ธุรกิจ และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ทำธุรกรรมข้ามพรมแดนโดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัล ต้องตรวจสอบรูปแบบธุรกรรมเงินตราต่างประเทศทั้งหมด เช่น โครงการลงทุนต่างประเทศที่กำลังดำเนินอยู่ โครงสร้างการชำระบัญชีระหว่างนิติบุคคลระดับโลก ระบบชำระเงินสเตเบิลคอยน์ เป็นต้น อย่างเต็มรูปแบบโดยยึด 'สาระเชิงเศรษฐกิจ' เป็นเกณฑ์ ที่สำคัญที่สุด แม้เป็นผู้ประกอบการที่แจ้งเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP) ตามกฎหมายข้อมูลการเงินเฉพาะแล้วก็ตาม ก็ห้ามวางใจโดยเด็ดขาด หากดำเนินโครงสร้างการฝาก-ถอนกระเป๋าเงินต่างประเทศหรือการโอนบนพื้นฐานสเตเบิลคอยน์ ต้องตรวจสอบการจดทะเบียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนและการคลังอย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ต้องพิจารณาหน้าที่การเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์กับหน่วยงานรวมศูนย์ข้อมูลเงินตราต่างประเทศ เช่น ธนาคารแห่งเกาหลี อย่างละเอียด และปรับปรุงระบบการปฏิบัติตามกฎระเบียบให้รัดกุม จึงจะป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายได้
ยิ่งไปกว่านั้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่หยุดอยู่เพียงการเสริมสร้างการกำกับดูแลในประเทศ แต่สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวในการวางระบบสเตเบิลคอยน์ของสหรัฐฯ และยุโรป และระบบความร่วมมือระดับโลกขององค์กรต่อต้านการฟอกเงินระหว่างประเทศ (FATF) ทำให้การกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลขยายไปสู่ระบบความร่วมมือระหว่างประเทศที่รัดกุมยิ่งขึ้น บัดนี้ต้องพิจารณาไม่เพียงกฎหมายธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ แต่รวมถึงการต่อต้านการฟอกเงิน (AML) กฎหมายภาษีเงินตราต่างประเทศ และกฎระเบียบศุลกากรไปพร้อมกัน เพื่อวางกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงข้ามพรมแดน (Cross-border) อย่างรอบด้าน เนื่องจากสภาพแวดล้อมธุรกรรมข้ามพรมแดนที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การตรวจสอบทางกฎหมายอย่างละเอียดและการสร้างระบบการปฏิบัติตามกฎระเบียบเชิงรุก จึงสำคัญที่สุดในการปกป้องสินทรัพย์และธุรกิจภายใต้ระบบที่เข้มงวดขึ้น
[อ่านบทความฉบับเต็ม]
ยุคที่การโอนสินทรัพย์ดิจิทัลไปต่างประเทศก็มี 'ความเสี่ยงทางอาญา'···กฎหมายธุรกรรมเงินตราต่างประเทศเปลี่ยนไปแล้ว (คลิก)ทุกสาขา ดูในพริบตา
1/0
จองนัดปรึกษาที่สำนักงาน
หากมีปัญหาทางกฎหมาย ปรึกษาทนายผู้เชี่ยวชาญด้านคดีความที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติที่สำนักงานใกล้คุณ