ขอบเขตบริการ
แนะนำทีม
จองปรึกษากฎหมาย

2026-06-26

มีคำวินิจฉัยของศาลว่า หากตอนเริ่มทำธุรกิจร่วมกันไม่ได้ตกลงกันอย่างแน่ชัดว่าใครจะลงทุนเท่าใด ต่อมาจะอ้างว่าตนออกเงินมากกว่าแล้วเรียกร้องเงินเพิ่มจากอีกฝ่ายไม่ได้
วันที่ 25 ตามข้อมูลของวงการกฎหมาย ศาลจังหวัดโซลตะวันออกได้ปฏิเสธคำเรียกร้องของนาย A ในคดีที่นักธุรกิจ นาย A ยื่นฟ้องนาย B ซึ่งเคยดำเนินกิจการสนามซ้อมกอล์ฟร่วมกัน เรียกเงินลงทุนเพิ่มระดับร้อยล้านวอนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
นาย A และนาย B เริ่มทำธุรกิจกอล์ฟร่วมกันในปี 2022 โดยตกลงแบ่งกำไรและความรับผิดชอบฝ่ายละ 50% ทั้งสองตัดสินใจยุติกิจการในปี 2024 และในตอนนั้นได้ตกลงกันว่านาย B จะรับทั้งทรัพย์สินและหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับกิจการไปทั้งหมด
แต่หลังจบกิจการ นาย A ยื่นฟ้องโดยอ้างว่าตนใช้เงินไปกว่า 780 ล้านวอน ขณะที่นาย B ใช้เพียง 560 ล้านวอน เป็นการอ้างว่าตนออกเงินมากกว่าซึ่งต่างจากข้อตกลง 50% จึงให้นาย B ชดใช้ส่วนต่างระดับร้อยล้านวอน
องค์คณะไม่รับข้ออ้างของนาย A องค์คณะอธิบายว่า หากเพียงตกลงแบ่งกิจการในสัดส่วน 50% แต่ไม่ได้กำหนดอย่างเฉพาะเจาะจงว่าแต่ละคนต้องออกเงินเท่าใด ก็ไม่อาจเรียกความรับผิดจากอีกฝ่ายเพียงเพราะออกเงินน้อยกว่าได้
อีกทั้งยังชี้ว่า ตอนที่ทั้งสองเขียนสัญญายุติกิจการ นาย A ไม่ได้ยกประเด็นเรื่องที่ตนออกเงินมากกว่าขึ้นมาแต่อย่างใด และวินิจฉัยว่า ลำพังสมุดโน้ตส่วนตัวหรือประวัติการใช้บัตรที่นาย A ยื่นเป็นพยานหลักฐาน ยังไม่เพียงพอให้เชื่อว่าใช้เงินมากกว่าจริงตามที่อ้าง
ทนายความชัง ฮยอน-จี แห่งสำนักงานกฎหมายแดรยุนซึ่งเป็นตัวแทนของนาย B กล่าวว่า เป็นคดีที่โจทก์เรียกร้องเงินลงทุนที่คำนวณฝ่ายเดียว และได้อธิบายต่อองค์คณะจนเป็นที่ยอมรับว่า หากตอนแรกไม่ได้ตกลงว่าจะออกเงินเท่าใด ก็ไม่จำเป็นต้องรับผิด
ผู้สื่อข่าว ฮวัง จอง-วอน (garden@sidae.com)
[ดูบทความฉบับเต็ม]
เรียกเงินลงทุนหลังเลิกหุ้นส่วน…ศาลชี้ หากไม่มีข้อตกลงละเอียด ก็เรียกร้องฝ่ายเดียวไม่ได้ (ไปที่ลิงก์)ทุกสาขา ดูในพริบตา
1/0
จองนัดปรึกษาที่สำนักงาน
หากมีปัญหาทางกฎหมาย ปรึกษาทนายผู้เชี่ยวชาญด้านคดีความที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติที่สำนักงานใกล้คุณ